เลขาธิการ กอศ.มอบนโยบายผู้บริหารอาชีวะ 2017-02-19 14:03:32
16 ก.พ.ที่ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี จ.ปทุมธานี ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) มอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้งรัฐและเอกชนทั่วประเทศว่า ขอให้ผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวะทุกคนนำนโยบายของ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ไปปฎิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องการยกระดับภาษาอังกฤษ การสร้างสถานศึกษาคุณธรรม การเปลี่ยนโรงเรียนเป็นโรงงาน และการบริหารงานให้เกิดความโปร่งใสไร้ทุจริต รวมถึงการขับเคลื่อนงานอาชีวศึกษาที่ต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล นอกจากนี้ขอให้ผู้บริหารวิทยาลัยเร่งดำเนินโครงการอาชีวะภาคฤดูร้อนด้วย เนื่องจากโครงการนี้เป็นแนวคิดของ รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้นักศึกษาที่จบการศึกษาไปแล้วแต่ยังไม่มีงานทำ เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นตามความต้องการของสถานประกอบการ ซึ่งจะมีการเปิดโครงการดังกล่าวอย่างเป็นทางในวันที 1 มี.ค.นี้ เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพนั้น อยากให้ผู้บริหารทุกคนสร้างค่านิยมและสร้างแรงจูงใจให้เด็กมาเรียนสายอาชีพมากขึ้น โดยประชาสัมพันธ์วิทยาลัยของตัวเองว่า เรียนอาชีวะแล้วจบมามีงานทำแน่นอน ซึ่งวิทยาลัยควรขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ผู้เรียนที่จบสายอาชีพว่า ไปทำงานในสถานประกอบการที่ไหน อย่างไรบ้าง เหมือนกับโรงเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์ว่า เด็กคนนี้แอดมิชชันได้มหาวิทยาลัยไหน รวมถึงการให้ความสำคัญเรื่องการแนะแนวเรียนต่อสายอาชีพในโรงเรียน สพฐ.ให้มากขึ้นด้วย ขณะเดียวกันอาชีวศึกษาจังหวัดจะต้องมีบทในคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ให้มากขึ้นด้วย สำหรับเรื่องงบประมาณก็อยากให้วิทยาลัยเร่งใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายด้วย เพราะเท่าที่ทราบวิทยาลัยยังใช้เงินอุดหนุนรายหัวไปจัดซื้อจัดจ้างไม่ถูกต้อง ดังนั้นงบประมาณที่ได้รับไปก็ขอให้ทุกวิทยาลัยใช้เพื่อดำเนินโครงการต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย อย่างไรก็ตามขอให้สถานศึกษาเข้มงวดเรื่องการแก้ปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทย่างจริงจังด้วย
     ครุสภาปลดล็อคออกใบอนุญาตประกอบการสอนชั่วคราวผู้ไม่จบครู 2017-02-19 13:50:41
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการครุสภาเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้มีมติให้ออกใบอนุญาตประกอบการสอนชั่วคราวสำหรับผู้ที่ไม่ได้จบคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ แต่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ผู้ที่จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ให้เข้ามาสอนในวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ขาดแคลนครูสายวิชาชีพประมาณ18,000คน ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการสถาบันการศึกษาจะต้องเป็นผู้คัดเลือก และรับรองคุณสมบัติความเชี่ยวชาญ ความรู้ความสามารถในเบื้องต้นจากนั้น มาเสนอรายชื่อให้ครุสภาพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบการสอนชั่วคราวต่อไปส่วนการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้แก่กลุ่มคนเหล่านี้นั้น ครุสภามีช่องทางการปลดล็อคในส่วนนี้ให้อยู่แล้ว เช่น การเรียนในหลักสูตรประกาศนียบัณฑิต (ป.บัณฑิต) หรือ การอบรมวิชาชีพครู เป็นต้น ซึ่งครุสภาจะต้องไปหาแนวทางให้เหมาะสมต่อไป
     สั่งเคลียร์คนพ้นวัดพระธรรมกาย บ่ายสามโมงไม่ออก ถือว่าขัดคำสั่ง คสช. 2017-02-19 13:46:08
อธิบดีดีเอสไอ แถลงหลังประชุมส่วนร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กดดันตรวจค้นวัดพระธรรมกายต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ออกคำสั่งให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากบริเวณวัดก่อนเวลา 15.00 น. ไม่ออกถือว่ามีความผิด ฐานขัดคำสั่ง คสช.เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ที่ บก.ตชด.ภาค 1 พล.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 ร่วมประชุมกับ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือวางแผนปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง พ.ต.อ.ไพสิฐ เปิดเผยว่า วันนี้จะให้วัดพระธรรมกายส่งรายชื่อพระในวัดทั้งหมดมาให้ ก่อนให้เจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาตรวจสอบใบสุทธิของพระ ตรวจเต็นท์ศิษยานุศิษย์ พร้อมนำรถเครื่องขยายเสียงวิ่งประกาศภายในวัด เพื่อคัดกรองให้ผู้ที่ไม่ใช่พระวัดพระธรรมกาย และบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ก่อน 15.00 น. เมื่อครบกำหนดเวลายังไม่เดินทางออกจากพื้นที่ จะถือว่าเป็นความผิดตามคำสั่ง คสช. ข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนรถที่กีดขวางการจราจรที่ประตูวัด จะให้รถยกออกไป เพื่อให้การตรวจค้นของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ